Social Media Marketing and Optimization

Online Marketing New Way ทางเลือกใหม่ ของการทำโฆษณาผ่าน Internet.

ขอใบเสนอราคา

ทุกวันนี้ พวกเราหลายคนใช้ชีวิตอยู่กับ Social Network และ Social Media มากขึ้นทุกวัน แต่พอพูดถึง ‘Social Media’ ว่าคืออะไร หลายคนที่ใช้อยู่ ก็ยังถึงกับอึ้ง และตอบไม่ได้ว่ามันคืออะไร และไม่รู้จะอธิบายอย่างไร  วันนี้ Marketing Oops! เลยขอทำหน้าที่อธิบายคำๆ นี้แทน  เพื่อให้คนที่ใช้เป็นประจำอยู่แล้วสามารถอธิบายต่อให้คนอื่นทราบได้ และสำหรับคนที่ยังไม่เคยรู้ ก็สามารถทำความรู้จักได้เช่นกัน

social_media2

Social ในที่นี้หมายถึง สังคมออนไลน์
Media ในที่นี้หมายถึง เนื้อหา เรื่องราว และบทความ
Social Media จึงหมายถึงสังคมออนไลน์ที่มีผู้ใช้เป็นผู้สื่อสาร หรือเขียนเล่า เนื้อหา เรื่องราว ประสบการณ์ บทความ รูปภาพ และวิดีโอ ที่ผู้ใช้เขียนขึ้นเอง ทำขึ้นเอง หรือพบเจอจากสื่ออื่นๆ แล้วนำมาแบ่งปันให้กับผู้อื่นที่อยู่ในเครือข่ายของตน ผ่านทางเว็บไซต์ Social Network ที่ให้บริการบนโลกออนไลน์  ปัจจุบัน การสื่อสารแบบนี้ จะทำผ่านทาง Internet และโทรศัพท์มือถือเท่านั้น

เนื้อหาของ Social Media โดยทั่วไปเปรียบได้หลายรูปแบบ ทั้ง กระดานความคิดเห็น (Discussion boards), เว็บบล็อค (Weblogs), วิกิ (wikis), Podcasts, รูปภาพ และวิดีโอ  ส่วนเทคโนโลยีที่รองรับเนื้อหาเหล่านี้ก็รวมถึง เว็บบล็อค (Weblogs), เว็บไซต์แชร์รูปภาพ, เว็บไซต์แชร์วิดีโอ, เว็บบอร์ด, อีเมล์, เว็บไซต์แชร์เพลง, Instant Messaging, Tool ที่ให้บริการ Voice over IP เป็นต้น

เว็บ Social Media แบ่งตามหมวด

หมวดการสื่อสาร (Communication)

  • Blogs: Blogger, LiveJournal, TypePad, WordPress, Vox
  • Internet forums: vBulletin, phpBB
  • Micro-blogging: Twitter,Plurk, Pownce, Jaiku
  • Social networking: Avatars United, Bebo, Facebook, LinkedIn, MySpace, Orkut, Skyrock, Netlog, Hi5, Friendster, Multiply
  • Social network aggregation: FriendFeed, Youmeo
  • Events: Upcoming, Eventful, Meetup.com

หมวดความร่วมมือ และแบ่งปัน (Collaboration)

  • Wikis: Wikipedia, PBwiki, wetpaint
  • Social bookmarking: Delicious, StumbleUpon, Stumpedia, Google Reader, CiteULike
  • Social news: Digg, Mixx, Reddit
  • Opinion sites: epinions, Yelp

หมวด มัลติมีเดีย (Multimedia)

  • Photo sharing: Flickr, Zooomr, Photobucket, SmugMug
  • Video sharing: YouTube, Vimeo, Revver
  • Art sharing: deviantART
  • Livecasting: Ustream.tv, Justin.tv, Skype
  • Audio and Music Sharing: imeem, The Hype Machine, Last.fm, ccMixter

หมวดรีวิว และแสดงความคิดเห็น (Reviews and Opinions)

  • Product Reviews: epinions.com, MouthShut.com, Yelp.com
  • Q&A: Yahoo Answers

หมวดบันเทิง (Entertainment)

  • Virtual worlds: Second Life, The Sims Online
  • Online gaming: World of Warcraft, EverQuest, Age of Conan, Spore (2008 video game)
  • Game sharing: Miniclip

รวมรายชื่อ Social Media ของไทย

Social Network

myFri3nd มีรูปแบบคล้ายเว็บ Social Network ทั่วไป เป็นเว็บไซต์ในเครือ sanook.com
D-Looks เว็บไซต์ Social Network แนว ๆ hi5 แต่มีสโลแกนว่า เว็บไซต์ดูดี สำหรับคนดี ๆ
BangkokSpace เป็น Social Network สำหรับคนชอบเที่ยวกลางคืน
Blogging

exteen เว็บผู้ให้บริการ blog อันดับหนึ่งของไทย สูสีเบียดกับ bloggang อยู่ตลอด แต่หลัง ๆ ดูเหมือนยอดสมาชิกจะแซงแล้ว ตัวระบบ exteen เองพัฒนาได้ดี
BlogGang ผู้ให้บริการพื้นที่ blog ในเครือ pantip.com ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่ จะเป็นแฟนคลับ หรือขาประจำของ pantip.com อยู่แล้ว
Micro Blogging

NokNok เว็บแบบเดียวกับ twitter แต่พัฒนาโดยคนไทย (ในเครือ sanook.com เช่นกัน) แต่ดูมีแนวโน้มการพัฒนาที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมให้อัพเดทกับ twitter ได้ หรือการอัพเดท noknok ผ่านมือถือเป็นต้น
Social Bookmarking

Zickr เว็บ social bookmark อันดับหนึ่งของไทย คนใช้กันเพียบ เป็นที่รวมข้อมูลบทความทันสมัย ที่มีคนมาช่วยกันใส่เรื่องใหม่ ทุกวัน
Duocore เว็บที่รายงานข่าวเกี่ยวกับวงการไอทีไทย ในรูปแบบวีดีโอ โดยใช้ระบบ Social Bookmark มาให้ผู้ชม ช่วยกันส่งเรื่องราวไอทีที่น่าสนใจเข้ามา ในแต่ละสัปดาห์จะมีการเลือกเรื่องราวที่น่าสนใจ ไปทำรายการเป็นรูปแบบวีดีโอ
Siam Collective เว็บ Social Bookmark อีกแห่งหนึ่งของไทย
iam in Thai Social Bookmark ของไทยที่เก็บรวบรวมงานอีเว้นต์ และเทศกาลสำคัญ
Techkr เว็บ Social Bookmark ที่เก็บแต่เรื่องราวเทคโนโลยี
Social Mailbox

Fwdder.com เว็บที่ให้คุณสามารถ forward email ต่าง ๆ ที่ได้รับมาจากคนอื่น แล้วนำมาขึ้นแสดงในเว็บไซต์ได้ทันที เรียกได้ว่าเป็นเว็บไซต์ที่รวมพวก forward email ไว้ให้อ่านกันนั่นเอง
เราจะอัพเดทหน้านี้ไปเรื่อย ๆ นะครับ สำหรับเจ้าของเว็บ Social Network ของไทย ที่ต้องการแนะนำเว็บของตัวเองเข้ามา หรือแม้กระทั่งผู้อ่าน ที่ไปพบว่ามีเว็บ Social Network ของไทยเว็บไหน

social-media-image

SMO หรือ Social Media Optimization คืออะไร?

แหล่งที่มาของคนเข้าเว็บ (Traffic Source) ของเว็บใดๆ มักจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ประเภทแรกคือคนที่เข้าเว็บผ่านทาง Search Engine ประเภทที่สองคือคนที่คลิกลิงก์มาจากเว็บอื่น (Referring Site) และประเภทสุดท้ายคือคนที่เข้าเว็บโดยตรง (Direct Traffic) ซึ่งอาจจะพิมพ์ชื่อเว็บเองหรือเข้าทางบุ๊คมาร์คศาสตร์ในการเพิ่มจำนวนคนเข้าเว็บที่เป็นที่รู้จักกันดีก็คือ Search Engine Optimization (SEO) ที่เน้นการปรับแต่งหน้าเว็บให้ “คอมพิวเตอร์” อย่าง Google ถูกใจ จนยอมมอบตำแหน่งที่ดีในผลลัพธ์การค้นหาให้
ล่าสุดมีอีกศาสตร์ที่เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้น ซึ่งชื่อของศาสตร์นี้พ้องกับชื่อ Search Engine Optimization นั่นก็คือศาสตร์ที่เรียกว่า Social Media Optimization (SMO) โดยศาสตร์นี้จะเน้นการปรับแต่งหน้าเว็บให้ “คน” ชอบ อยากมีส่วนร่วมกับเว็บ รวมถึงอยากบอกต่อเว็บนี้ให้คนอื่นรู้

SMO ถูกพูดถึงครั้งแรกโดย Rohit Bhargava ในบล็อกของเขา เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2549 โดยเขาได้เขียนถึงกฎ 5 ข้อในการทำ SMO ไว้ดังนี้

1. เพิ่มจำนวนหน้าเว็บที่สามารถลิงก์มาหาได้ ข้อนี้เป็นข้อแรกที่สำคัญที่สุด เว็บไซต์หลายแห่งเป็นเว็บ “นิ่ง” คือไม่ค่อยมีการเพิ่มเนื้อหาใหม่ๆ อย่างเช่นเว็บบริษัทที่มักจะมีเนื้อหาที่ตายตัว การจะทำให้เว็บของเราได้รับประโยชน์จาก Social Media มากที่สุด จะต้องเพิ่มจำนวนหน้าเว็บเพื่อให้คนอื่นลิงก์มาหามากขึ้น วิธีที่ดีมากก็คือการสร้างบล็อกและเขียนเนื้อหาใหม่ลงไปอย่างสม่ำเสมอ

2. ทำให้คนแท็กและบุ๊คมาร์คได้ง่าย ในหน้าเว็บควรจะมีปุ่ม “เพิ่มลง Delicious” ซึ่งเป็นเว็บ Social Bookmark ชื่อดังของโลก ปุ่มนี้จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถแท็กเว็บหน้านี้เก็บไว้ได้ง่าย แต่คุณควรจะทำให้เหนือไปกว่านี้อีกด้วยการแท็กหน้าเว็บของตัวเองไว้ก่อนเลย โดยระบุชื่อของแท็กที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาไว้ เมื่อผู้ใช้คนอื่นต้องการแท็กหน้าเว็บของคุณบ้าง Delicious จะแนะนำชื่อแท็กให้เขาเลือกได้โดยอัตโนมัติ

3. ให้รางวัลกับเว็บที่ทำลิงก์มาหา การที่เว็บของเรามีลิงก์จากเว็บอื่นเข้ามาหา จะช่วยเพิ่มอันดับในผลลัพธ์การค้นหาของ Search Engine ได้ สิ่งที่ควรทำก็คือแสดง Permalink หรือ URL ของหน้าเว็บหน้านั้นให้ชัดเจน เพื่อให้คนอื่นทำลิงก์มาหาได้อย่างถูกต้อง และมีการทำลิงก์กลับไปยังเว็บที่เพิ่งลิงก์เข้ามาหาเราเพื่อเป็นการตอบแทน กัน อย่างในบล็อกผมจะมีระบบ Trackback ที่จะลิงก์กลับไปหาเว็บที่ทำลิงก์มาถึงบทความในบล็อกให้โดยอัตโนมัติ

4. ทำให้เนื้อหาของคุณถูกเผยแพร่ออกไปให้มากที่สุด SMO ไม่ใช่แค่เพียงปรับเปลี่ยนหน้าเว็บไซต์แบบ SEO เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ถ้าคุณมีเนื้อหาที่สามารถส่งต่อได้ เช่น ไฟล์ PDF คลิปวิดีโอ คลิปเสียง ไฟล์สไลด์ ให้อัปโหลดไฟล์เหล่านี้ไปเก็บไว้บนเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องด้วย ถ้าเป็นไฟล์คลิปวิดีโอ ให้โหลดขึ้นไปไว้บน YouTube ถ้าเป็นไฟล์สไลด์ ลองนำไปเผยแพร่ที่ SlideShare หรืออย่างเว็บพอดคาสต์ Diary60 ของผม ผมก็เอาไฟล์เสียงไปฝากไว้ที่ Fuse ซึ่งวิธีนี้จะช่วยเพิ่มจำนวนคนที่ได้รับรู้เนื้อหาที่คุณสร้างขึ้น และยังเพิ่มโอกาสที่จะมีลิงก์จากเว็บอื่นเข้ามาหามากขึ้นด้วย

5. สนับสนุนให้มีการทำ Mashup ในโลกที่ผู้คนร่วมกันสร้างสรรค์งาน การเปิดให้คนอื่นนำเนื้อหาของคุณไปใช้ต่อยอด ถือเป็นสิ่งที่คุ้มค่า อย่างเช่นไอเดียของ YouTube ที่เปิดให้ผู้ใช้สามารถนำโค้ดวิดีโอไปติดในเว็บของตัวเองได้ ซึ่งช่วยให้ YouTube เติบโตได้อย่างรวดเร็ว การเปิดให้เว็บคุณมี RSS ก็จะช่วยให้คนอื่นนำเนื้อหาของคุณไปทำ Mashup ซึ่งส่งผลให้มีคนเข้าเว็บคุณเพิ่มขึ้นด้วย

กฎในการทำ SMO ไม่ได้มีเพียงแค่ 5 ข้อ หลังจากที่ Rohit Bhargava ได้เผยแพร่กฎ 5 ข้อแรกนี้ออกไป ก็มีผู้อ่านบล็อกของเขาช่วยกันเขียนกฎเพิ่มขึ้นอีก จนในปัจจุบันมีมากถึง 16 ข้อ และถูกแปลออกไปแล้วมากถึง 9 ภาษา

บทความ
ผลการวิจัยล่าสุดชี้ Social Media มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคมากขึ้น 7 ใน 10 คนใช้เป็นแหล่งหาข้อมูลก่อนตัดสินใจ แนะบริษัทหันมาวางแผนกลยุทธ์อย่างจริงจัง แม้จะไม่ได้ดำเนินธุรกิจออนไลน์ เพราะผู้บริโภคนิยมสนทนาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และยี่ห้อสินค้าในสังคมออนไลน์
ทุกวันนี้อาจกล่าวได้ว่า Social Media คือกระแสความนิยมอย่างกว้างขวาง และใน 2551 ที่ผ่านมา Social Media ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า Social Media ไม่ได้จำกัดวงอยู่เฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น แต่นักธุรกิจและมืออาชีพแขนงต่างๆ ได้หันไปใช้ Social Media มากขึ้น ทำให้ Social Media กลายมาเป็นสื่อในสังคมออนไลน์ที่มีอิทธิพลอย่างมาก จากรายงาน The Wave 3 Report ของ Universal Maccan (www.universalmccann.com) แสดงว่า Social Media เป็นสื่อที่มีอิทธิพลต่อแบรนด์และ ภาพลักษณ์ขององค์กรธุรกิจอย่างมาก เพราะผู้ใช้สื่อ Social Media นิยมโพสต์แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และ แบรนด์ ผ่านบล็อก หรือ ในกลุ่มสังคมออนไลน์ของตน นอกจากนี้การวิจัยยังแสดงให้เห็นว่าผู้ใช้อินเตอร์เน็ต มีทัศนคติในนเชิวบวกต่อบริษัทหรือองค์กรที่สร้างบล็อกเป็นของตนเอง
จากบรรดาสื่อต่างที่ใช้ในกลุ่มสังคมออนไลน์นั้นตามรายงานของ Universal McCann พบว่า วิดีโอออนไลน์ได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่ง โดยคาดว่าจะมีผู้ใช้งานวิดีโอออนไลน์ถึง 394 ล้านราย ในขณะที่ 346 ล้านรายอ่านบล็อก 321 ล้านรายอ่านบล็อกส่วนบุคคล 307 ล้านรายเข้าเยี่ยมชมกลุ่มสังคมของเพื่อนฝูง และ 303 ล้านรายส่งต่อหรือแบ่งปันวิดีโอคลิปออนไลน์ พัฒนาการที่รวดเร็วของ Social Media ส่งผลให้การสร้างบล็อก การส่งต่อรูปภาพ หรือ วิดีโอคลิป เป็นเรื่องปกติ และ ทุกวันนี้ นักการเมือง บุคคลที่มีชื่อเสียง แบรนด์ต่างๆ หรือแม้แต่สมาชิกในครอบครัวต่างก็มีกลุ่มหรือสื่อ Social Media ของตนเอง ด้วยเหตุนี้สื่อรุ่นเก่าจึงต้องเร่งปรับตัวและหันมาพึ่งใช้ Social Media เป็นช่องทางเสริมในการกระจายเนื้อหาหรือข่าวสารของตน
เมื่อพิจารณาจากรายงาน 20 อันดับ Social Media ยอดฮิตของโลก ที่ ComScore (www.comscore.com) ทำไว้ พบว่า Bloger ยังคงความเป็นผู้นำด้วยยอดผู้เข้าใช้ว่า 222 ล้านรายทั่วโลกในเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา ตามมาด้วย Facebook ที่ไล่มาติดๆ และแรงสุดๆ ด้วยจำนวนผู้ใช้ 200 ล้านราย ส่วนอันดับต่อมาคือ MySpace ด้วยยอดผู้ใช้ 126 ล้านราย Wordpress 114 ล้านราย Windows Live Spaces 87 ล้านราย ส่วนอันดับ 6-10 ได้แก่ Yahoo Geocities (69 ล้านราย) Flickr (64 ล้านราย) hi5 (58 ล้านราย) Orkut (46 ล้านราย) และ Six Apart (46 ล้านราย)
ที่น่าแปลกใจก็คือตลาดเอเชีย เป็นตลาดที่มีการเติบโตของ Social Media สูงกว่าทวีปอื่นๆ โดยเฉพาะประเทศจีน นั้นถือเป็นสังคมบล็อกเกอร์ที่ใหญ่ที่สุดในลกด้วยยอดผู้ใช้กว่า 42 ล้านราย มากกว่ายุโรปตะวันตกและสหรัฐอเมริการวมกันเสียอีก
มร. แบรี่ เฮิร์ด (www.123socialmedia.com) เชื่อว่าปัจจัยที่ผลักดันให้ Social Media เติบโตอย่างรวดเร็วนั้นเป็นเพราะความง่ายในการเข้าถึงสื่ออินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ขณะเดียวกันก็ยังเป็นผลมาจาก ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้าน Social Media และเทคโนโลยีไร้สาย อาทิ โทรศัพท์เคลื่อนที่ PDAs หรือเครื่องเล่นเกมส์แบบพกพาต่างๆ
ผลจากการศึกษายังพบด้วยว่า ผู้ใช้ส่วนใหญ่จะเข้าร่วมในสังคมเครือข่ายโดยเฉลี่ย 3-5 เครือข่าย ดังนั้นนักธุรกิจรายใดที่คิดว่า “ธุรกิจของฉันไม่ได้เน้นด้านออนไลน์” อาจจะต้องคิดใหม่ เพราะ ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะเกี่ยวข้องกับระบบออนไลน์หรือไม่ก็ตาม แต่ธุรกิจของคุณจะเกี่ยวพันกับเครือข่ายในสังคมออนไลน์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะลูกค้าของคุณ คู่ค้าของคุณ แม้แต่เพื่อนฝูง หรือ คนในองค์กรของคุณได้เข้าไปมีบทบาทหรือเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มสังคมออนไลน์ ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่การสนทนาในบางครั้งอาจจะโยงใยเข้ามาถึงธุรกิจของคุณได้ นั่นหมายถึงว่า บริษัทที่ไม่ได้พิจารณา หรือ ผนวก Social Media ไว้เป็นส่วนหนึ่งในกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ หรือ แผนการตลาดรวม กำลังเสียโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าไปอย่างน่าเสียดาย
จากการวิจัยร่วมระหว่าง OTX (www.otxresearch.com) และ DEI Worldwide (www.deiworldwide.com) พบว่า จากความนิยมที่แพร่หลายของ Social Media นีเอง ทำให้ Social Media กลายมาเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญของผู้บริโภค โดยพบว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะข้อหาข้อมูลผลิตภัณฑ์ หรือ สินค้ายี่ห้อต่างๆ จากเว็ปไซต์ Social Media ไปพร้อมๆ กับหาข้อมูลโดยตรงจากเว็ปไซต์ของบริษัทผู้ผลิต โดยผู้บริโภค 7 ใน 10 ราย จะเข้าไปหาข้อมูลในเว็ปไซต์ Social Media ต่างๆ อาทิ เว็ปบอร์ด กลุ่มชุมชนออนไลน์ หรือ บล็อกต่างๆ เพื่อหาข้อมูล นอกจากนี้ เถือบครึ่ง (49%) ของผู้บริโภคจะตัดสินใจซื้อจากข้อมูลที่ได้จาก Social Media เหล่านี้
ความนิยมของ Social Media ไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์และผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังมีผลต่อมาตรวัดความสำเร็จด้านการตลาดและการประชาสัมพันธ์ของภาคธุรกิจอีกด้วย ดังนั้นจึงไม่ใช่เป็นเรื่องน่าแปลกใจที่องค์กรธุรกิจต่างๆ จะหันมาให้ความสนใจกับ Social Media Marketing มากขึ้น โดยรายงานล่าสุดของ eMarketer (www.emarketer.com) ชี้ให้เห็นว่า บริษัทส่วนใหญ่ควรที่จะต้องเข้าไปมีบทบาท และ สื่อสารกับกลุ่มสังคมในชุมชนออนไลน์เป็นประจำ แน่นอนว่าในขณะนี้ บริษัทหลายๆ แห่งได้ตระหนักถึงความสำคัญของ Social Media เพราะเล็งเห็นว่าเป็น Social Media เป็นเครื่องมือการตลาดที่ระหยัดแต่มีประสิทธิภาพในการขายและประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์และบริการของตนสู่ผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่งบประมาณการตลาดค่อนข้างจำกัด อย่างไรก็ดี การทำการตลาดผ่าน Social Media ไม่ใช่เรื่องง่าย ถึงแม้จะมีบริษัทหลายรายที่ประสบความสำเร็จ แต่ก็มีอีกหลายรายที่ล้มเหลว หรือกลายเป็นผู้ต้องหาของกลุ่มสังคมออนไลน์ไปเลยก็มี

ตัวอย่างหนึ่งของบริษัทที่ประสบความสำเร็จ ใน การใช้ Social Media เห็นจะได้แก่ Blendtec ที่ทำคลิปวิดีโอซีรี่ส์ “Will It Blend” หรือ “ปั่นได้ไหม?” เข้าไปไว้ใน YouTube ดำเนินเรื่องโดย มร. ทอม ดิกสัน CEO ของ Blendtec ที่พยายามจะนำทุกอย่างเข้าเครื่องปั่นของเขา รวมถึง iPhone มือถือยอดฮิต เพื่อพิสูจน์ว่า “ปั่นได้ไหม?” ผลที่ตามมาคือ วิดีโอชุดนี้กลายเป็น สื่อการตลาดต้นทุนต่ำ ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในโลกออนไลน์ และส่งผลให้ยอดขายของบริษัทเพิ่มขึ้นไปถึงห้าเท่าตัว

อึกตัวอย่างที่น่าสนใจคือกรณีของ IBM ที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์เข้าจับกระแส Social Media ฟีเว่อร์ได้เป็นอย่างดี กล่าวคือ แทนที่ IBM จะสร้างบล็อกขึ้นมาเพียงหนึ่งบล็อกเหมือนบริษัททัวไป IBM กลับสร้างเครือข่ายของบล็อกขึ้นโดยเปิดโอกาสให้พนักงานของตน ที่ต่างก็เป็นยอดฝีมือในแวดวงคอมพิวเตอร์ สร้างบล็อกของตัวเองขึ้นมา เขียนเล่าถึงประสบการณ์ ถึงงานที่กำลังทำ หรือเรื่องอะไรก็ได้ตามใจชอบ ผลที่ตามมาคือบล็อก IBMer ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง และเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเชื่อมโยง IBM เข้ากับกลุ่มลูกค้า อีกทั้งยังเป็นเครื่องแสดงเจตนารมณ์ที่บริษัทมีต่ออุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ได้เป็นอย่างดี
“ถึงแม้ Social Media จะเป็นสื่อยอดนิยม แต่ต้องไม่ลืมว่า Social Media Marketing ยังเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่ และ เป็นเรื่องที่นักการตลาดยังต้องเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา” ทั้งนี้จากคำกล่าวของ นายศิระพัฒน์ เกตุธาร กรรมการผู้จัดการ บริษัท สป็อตมาร์ก จำกัด ผุ้จัดงาน Internet Marketing Conference 2009 Bangkok ระหว่างวันที่ 20-21 พฤษภาคม 2552 ณ โรงแรมโฟร์ซีซันส์ กรุงเทพฯ
นายศิระพัฒน์กล่าวต่อว่า “แต่ด้วยเหตุที่ Social Media ได้เข้ามามีบทบาทต่อสังคมผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ความท้าทายของนักการตลาดก็ คือจะตอบสนองกระแสดังกล่าวได้อย่างไร และจะใช้ Social Media เป็นเครื่องมือในการสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ หรือ การมีส่วนร่วมในสังคมออนไลน์อย่างไรจึงจะประสบความสำเร็จสูงสุด ภายในงาน Internet Marketing Conference ผู้เชี่ยวชาญด้าน Social Media Marketing จะมุ่งเน้นใน 2 ประเด็นหลักที่นักการตลาดอยากรู้ คือ การวัดผลกระทบของ Social Media และ การวางแผนกลยุทธ์ด้าน Social Media Marketing รวมไปถึงผลดีและผลเสียที่เกียวข้องกับ Social Media รูปแบบต่างๆ”

สอบถามรายละเอียดและค่าบริการได้ 081 714 3082

, , ,

Leave a Reply